วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

!!!.....วิธีสร้างนิสัยรักการเรียนแก่ลูกรัก .....!!!!?


  ปัญหาหลักเรื่องการเรียนของเด็กส่วนใหญ่นั้นเกิดจากสาเหตุใหญ่ 2ประการ ได้แก่
 1.เด็กไม่มีนิสัยรักในการเรียน
 2.เด็กไม่รู้จักแบ่งเวลาในการดูหนังสือ
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณพ่อ คุณแม่ ต้องช่วยสร้างนิสัยรักการเรียนให้แก่ลูก สิ่งเหล่านี้อาจใช้เวลาในการตั้งต้นอย่างเอาจริงเอาจังประมาณ   1 -2 สัปดาห์ แต่การใช้ความสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างลักษณะนิสัยได้ มีเทคนิคที่จะช่วยสร้างลักษณะนิสัยดังกล่าวต่อไปนี้
      
       

      
       
      
       
       1. ต้องจัดเวลาในการดูหนังสือและทำการบ้านให้แก่เด็กทุกวัน เป็นช่วงเวลาเดิม และทำเป็นประจำทุกวัน
      
       2. จัดโต๊ะสำหรับทำการบ้านและดูหนังสือ ให้มีแสงสว่างอย่างเพียงพอและไม่มีเสียงรบกวน
      
       3. ปิดทีวี วิทยุ หรือสิ่งเร้าที่รบกวนต่างๆ
      
       4. เมื่อนั่งที่โต๊ะทำการบ้าน และดูหนังสือทุกครั้ง จะต้องฝึกให้เด็กทำงานทันที อย่าให้ทำเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากการเรียน เช่นการตอบจดหมาย การคุยกับเพื่อนทางอินเตอร์เนต หรือการเล่นเกม เป็นต้น แต่ตั้งกฎกติกาไว้ว่าเด็กสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้หลังจากสิ้นสุดการดูหนังสือหรือทำการบ้าน
      
       5. ช่วยลูกในการวางแผนการทำการบ้านและดูหนังสือให้ชัดเจนในแต่ละวัน เช่น ทำเรียงความ 2 หน้า เขียนเรื่องสั้น 1 เรื่อง ตอบโจทย์เลข 10 ข้อ เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆจากการคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
      
       6. หากงานที่ได้รับมอบหมายเป็นโครงการใหญ่ อาจช่วยลูกในการแบ่งหัวข้อ เป็นข้อย่อยๆเพื่อให้ง่ายขึ้น เช่น บทนำ การวางแผนที่จะทำโครงการนั้นสำเร็จ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทสรุป เป็นต้น
      
       7. มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ง่ายต่อการหยิบจับ และนำมาใช้สอย เช่น มีกล่องกระดาษว่างๆ แล้วให้ลูกจัดอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับการเรียนเตรียมพร้อมไว้ เพื่อเวลาใช้งานจะไม่รู้สึกหงุดหงิดว่าหาไม่เจอ
      
       8. เมื่อลูกเริ่มใจลอย ไม่มีสมาธิในการดูหนังสือ ให้เตือนลูกทันที เพื่อลูกจะใช้เวลาในช่วงนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย หากสมองล้าเกินไปจะไม่สามารถทำกิจกรรมอื่นต่อไปได้ ดังนั้นควรจัดเวลาพักไว้ด้วย เช่น ทำการบ้าน 45 นาทีพัก 15 นาที เพื่อให้สมองกลับมาสดชื่นอีกครั้ง เป็นต้น
9. การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นควรจัดเวลาเข้านอน และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สนิทในเวลากลางคืน
      
       10. รับประทานอาหารมีประโยชน์และให้ครบ 3 มื้อในแต่ละวัน ไม่ควรงดอาหารเช้าหรือาหารเย็น เพราะ ร่างกายของเด็กกำลังเจริญโต และสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่หากได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
      
       11. การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น ควรออกกำลังอย่างน้อยวันละ 20 นาที หากทำกันทั้งครอบครัวจะทำให้ลูกรู้สึกสนุกและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย
      
       12. หากลูกต้องการความช่วยเหลือ คุณพ่อคุณแม่จะคอยช่วยให้คำแนะนำได้ แต่ไม่ใช่ลงมือทำแทนลูก
       

       ประโยชน์ที่ได้รับจาการสร้างลักษณะนิสัยรักการเรียนแก่ลูก
      
       1.ช่วยพัฒนาด้านสติปัญญาด้านความคิดและความจำของลูก
      
       2.ช่วยลูกให้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ดี
      
       3.ช่วยให้ลูกใช้เวลาอย่างฉลาด
      
       4.ช่วยให้ลูกเรียนรู้การทำงานด้วยตัวของตัวเอง
      
       5.สอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
      
       6.ได้ทบทวนบทเรียนและฝึกปฏิบัติจริง
      
       7.เตรียมพร้อมสำหรับบทเรียนในวันถัดไป
      
       8.เรียนรู้การค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น ห้องสมุด อินเตอร์เนต เป็นต้น
      
       9.ลูกสามารถต่อยอดความคิดต่างๆ และสามารถนำไปปรับใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้
      
       10.ตัวคุณพ่อคุณแม่เองจะทราบถึงความเคลื่อนไหวในการเรียนของลูก
      
       11.เป็นเวลาที่มีค่าที่ครอบครัวจะได้ช่วยเหลือและพัฒนาความคิดไปด้วยกัน
      
       12.คุณพ่อคุณแม่ควรอยู่ใกล้ๆลูกในขณะที่เขากำลังทำการบ้าน เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช่วยสอนและอธิบายการบ้านแก่ลูก ในกรณีที่เขาไม่เข้าใจหรือทำการบ้านไม่ได้
      
       ในขณะที่ลูกกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ลูกต้องการแบบอย่าง การให้กำลังใจ หากผู้ปกครองเห็นความสำคัญในการจัดเวลา ช่วยลูกสร้างนิสัยรักการเรียนตั้งแต่ยังเล็กจะทำให้ลูกติดเป็นนิสัย และจะทำให้ลูกเป็นคนมีวินัยต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อหน้าที่การงานที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้ลูกเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการเรียนได้อย่างแน่นอน

..................................................................................................
" เป็นเด็กดี...กันนะครับ../....เพื่อสังคมที่ดี...ประเทศไทยจะได้หมดภัยซะที.."
แฮปปี้../มีความสุขนะครับ./บ๊ายบ๋ายจ้า../
............................................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น