วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

9 เทคนิค " ฝึกสมองไบรท์ "



>โดย วนิษา   เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด
>ด้วยการออกกำลังกาย  เคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน
>แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี
>ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต
>เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่ายๆ ต่อไปนี้


>1.       จิบน้ำบ่อย ๆ  (Drink water very often)
>สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง
>ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว
>ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก
>แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
>2.     กินไขมันดี   (Enjoy good Omega 3)
>คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ
>แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย
>ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม
>น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
>3.     นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day)
>หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที
>เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ
>ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์
>(ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
>4.     ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) 
>การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด
>ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
>ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ
>เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น
>ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
>5.     หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ (Laugh and Smile)
>ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข
>หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
>6.     เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday)
>สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น
>กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่   อ่านหนังสือเล่มใหม่
>คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น
>เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน
>ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ
>เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
>7.     ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) 
>ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง
>การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
>8.     เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in
>life every day)
>ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น
>ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี
>ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ
>ให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี
>ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
>9.     ฝึกหายใจลึกๆ (Deep breath)
>สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ
>จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
>ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ
>อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่
>สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%
>การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น
>ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
อ้างอิง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น