แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 7.กิจกรรมพัฒนาครู / Staff Development แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 7.กิจกรรมพัฒนาครู / Staff Development แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับเหรียญเพชร 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)




สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ระดับเหรียญเงิน 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)





 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับเหรียญทอง 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)



สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับเหรียญทอง 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)




สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับเหรียญเงิน 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 




สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับเหรียญเงิน 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)




 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปนะถมศึกษาปทุมธานี  เขต 2 
ได้มอบเกียรติบัตรแด่ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับเหรียญเงิน 
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)






วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Staff Development

The teachers from Foreign Department were practicing Thai teachers about various topic in English such as greetings, praise, and daily conversations.



วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมวันครู

    คุณครูจากสารสาสน์วิเทศคลองหลวง และสารสาสน์วิเทศรังสิต ร่วมกันฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมกิจกรรมวันครูในเครือสารสาสน์
   คุณครูในเครือสารสาสน์ เข้าร่วมกิจกรรมวันครู





วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

การแข่งวอลเลย์บอลของครูที่บางบอน

       คุณครูทวิภาคีที่ 9 ซึ่งประกอบไปด้วย 2 โรงเรียนตชคือ สารสาสน์วิเทศรังสิต และสารสาสน์วิเทศคลองหลวง ได้ร่วมเข้าแข่งขัน วอลเลย์บอลครูในเครือสารสาสน์ สามารถทำความผันได้ แค่ผ่านรอบแรก  เข้าถึงรอบ 2 เท่านั้น แต่ด้วยหัวใจของนักกีฬา คุณครูทุกคนก็ต้องยอบรับว่าทีมที่ผ่านรอบ 2 ต่อไปเขาเก่งจริงๆ






วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

   งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30  ธันวาคม 2554  โดยมีท่าน ผอ.ดร.สุทธิพงศ์  ยงค์กมล ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน มีการมอบรางวัลสำหรับคุณครูที่ตั้งใจปฏิบัติงาน ไม่ขาด ไม่สาย ไม่ลา จำนวน 21 คน และมอบใบเกียรติบัตรให้กับครูผู้เสียสละ ฝึก ติวนักเรียนเข้าแข่งขัน เพชรยอดมงกุฎ วิทยาศาสตร์อีก 5 คน  จากนั้นท่านได้จับสลากของขวัญมูลค่าอีกมากมาย ในงานยังมีการแสดงของคุณครูทุกช่วงชั้น  สำหรับช่วงชั้น 2 เราได้สื่อถึงความเป็นครู ถ่ายทอดนโยบายต่างๆโรงเรียน อย่างน่าชื่นชม


วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Staff Development

1. T.Pariyat and T. Pakawin from Foreign department are teaching Gift of God song to Thai teachers' Workshop on every Tuesday.


 2. T. Chonchaya and T. Naritsara are practicing teachers from Music Department about how to pronounce Gift of God song correctly.


3. The objective of this workshop is to improve and develops Thai School Staffs' English Language skills.

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Marching

ตัวแทนคุณครูร่วมกันฝึก Marching เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาครูในเครือสารสาสน์ ซึ่งทุกคนตั้งใจในการฝึกอย่างเต็มที่ ควบคุมการฝึกโดย ครูไพรัช  คล่องแคล่ว




วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Workshop

T.Robert and T.Jenjira explain to classroom teachers level 2 about general conversations


They talk about how to make mindmap related to assignment from teachers.



They show what they learned that topic by draw a mindmap


วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Work shop

เรื่่อง นโยบายพัฒนานักเรียน 2/2554

Think Board


Round Hand



การอ่าน 10 นาที มหัศจรรย์






วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การพัฒนาครูมีความสำคัญอย่างไร และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างไร


การพัฒนาครูมีความสำคัญอย่างไร และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างไร  


ภาพจาก http://203.172.213.74/moodle
การพัฒนาครู         องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาต่างตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาครูให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสมกับเป็นวิชาชีพชั้นสูง แต่ในทางปฏิบัติการพัฒนาครูยังคงมีปัญหาอยู่มาก เนื่องจากระบบการฝึกอบรมส่วนใหญ่เน้นการบรรยายให้ครูเป็นผู้รับฟัง ครูขาดโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขาดโอกาสที่จะนำศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ ยิ่งอบรมมากก็ยิ่งเกิดความสับสนในสิ่งที่รับฟัง เพราะขาดการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่รับฟังมาใหม่กับประสบการณ์เดิมที่ตนเองมีอยู่ ทำให้ขาดความมั่นใจในการนำความรู้ภาคทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนั้นเมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมภาคทฤษฎีแล้ว การฝึกอบรมก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น ขาดระบบการนิเทศ การติดตามผลการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน จึงไม่เกิดผลต่อการพัฒนาผู้เรียนเท่าที่ควร  อุปสรรคที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การฝึกอบรมพัฒนาครูที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ครูส่วนใหญ่ยังต้องใช้งบประมาณส่วนตัวค่อนข้างมาก ทั้งค่าลงทะเบียนการฝึกอบรม ค่าที่พัก และค่าเดินทางไปยังสถานที่ฝึกอบรม ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนที่ครูปฏิบัติงาน ทำให้เกิดปัญหาด้านการเงิน และผลกระทบในเชิงลบต่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังไม่สามารถพัฒนาครูทั้งระบบให้ได้มาตรฐานสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูงในระยะเวลาอันเหมาะสม ทั้งนี้เพราะกระบวนการฝึกอบรมพัฒนาที่ขาดประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ และข้อจำกัดส่วนตัวของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ความสำคัญของการพัฒนาครู
        เป้าหมายของการศึกษา นอกจากสร้างและพัฒนาคนให้เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพสูงแล้ว ยังมุ่งสร้างและพัฒนาให้ชุมชนหรือท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็งมั่นคง พึ่งตนเองได้ แต่จากสภาพวิกฤตการณ์ทางสังคมไทยในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องความยากจน สิ่งแวดล้อม จิตวิญญาณของการหลงวัตถุนิยม ขาดแคลนคุณธรรม และปัญหาเรื่องคุณภาพของคนเป็นอันมาก นอกจากนั้นยังเกิดวิกฤตการณ์ของเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว คือ เศรษฐกิจที่ถดถอย การเมืองที่ไม่มั่นคงและต่อเนื่อง การบริหารจัดการที่รวมศูนย์อำนาจและเครื่องมือที่สำคัญคือ การศึกษาที่ขาดคุณภาพและความเสมอภาค ส่งผลให้การพัฒนาคนไม่เป็นไปตามเป้าหมายและผลที่คาดหวัง ทำให้บุคคลไม่เรียนรู้และไม่เท่าทันโลก คนได้รับความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ ไม่อยู่บนฐานของความเป็นจริงและเป็นความรู้แบบแยกส่วน ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ชุมชนและท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนา ขาดความเข้มแข็ง มั่นคง พึ่งตนเองไม่ได้ และกลายเป็นภาระสังคมและประเทศชาติ  จากสภาพปัญหาดังกล่าว การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นทิศทางที่สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว และพบว่าหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือ การพัฒนาครู โดยเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าครูคือปัจจัยชี้ขาดในการปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาทั้งปวง นั่นคือต้องเน้นการพัฒนาครูทุกด้านก่อนการปฏิรูปหรือการพัฒนาสิ่งอื่น ๆ โดยเชื่อว่า เมื่อได้ครูเก่ง ครูดี มีศักยภาพสูง จะทำให้เกิดคุณภาพทางการศึกษา และมีระบบการศึกษาที่เข้มแข็งได้มาตรฐาน สามารถสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ ศักยภาพสูง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้มแข็ง มั่นคงและพึ่งตนเองได้ของชุมชนและท้องถิ่น ดังนั้น การพัฒนาครูอย่างเป็นระบบต่อเนื่องทั้งกระบวนการผลิตครู กระบวนการใช้ครู รวมถึงการบำรุงรักษาพัฒนาครูประจำการให้มีศักยภาพสูงจึงเป็นภารกิจสำคัญของประเทศชาติที่จะต้องกระทำอย่างจริงจัง
        พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  ได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา โดยได้ระบุไว้ใน  หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 9 (4) ว่า “มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู  คณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษา  และการพัฒนาครู  คณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง”  ซึ่งสอดคล้องกับ ข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2547 ที่ได้เสนอปัญหาการพัฒนาครูประจำการว่า  ขาดระบบการพัฒนาครูประจำการที่ดี  ครูประจำการยังไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอ  จึงไม่ทราบแนวโน้มใหม่ทางวิชาการ  การวิจัยเชิงนวัตกรรม  และแนวปฏิบัติทางด้านการเรียนการสอน  ประกอบกับมีหลายหน่วยงานดำเนินการ  ทำให้การพัฒนาไม่เป็นเอกภาพด้านนโยบาย  แผน  และมาตรฐานที่ชัดเจน  การพัฒนาเกิดความซ้ำซ้อนไม่เป็นระบบ  ไม่ต่อเนื่อง  และขาดประสิทธิภาพ  รวมทั้งไม่ตรงกับความต้องการ  ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอนของครูตามแนวปฏิรูปได้  อีกทั้ง  การพัฒนาครูประจำการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหลักสูตร  การจัดการเรียนการสอน  การประเมินผล  ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน  แยกกันในการอบรมทีละส่วน  ไม่เป็นองค์รวม  โดยวิทยากรต่างหน่วยงาน  อีกทั้งรูปแบบการอบรมเน้นการบรรยายทางทฤษฎีมากกว่าการฝึกปฏิบัติ  วิทยากรขาดประสบการณ์ตรงในการนำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  ทำให้การฝึกอบรมครูไม่ได้ผลเท่าที่ควร นอกจากนี้  หลังจากการอบรมไปแล้วไม่มีการติดตามผล  และการนิเทศเพื่อให้คำปรึกษา  แนะนำเมื่อครูมีปัญหา
ปัญหาการพัฒนาครู
        1. ขาดปัจจัยและระบบส่งเสริมสนับสนุนจูงใจ
        2. รูปแบบและวิธีการพัฒนาครูหลายแหล่งยังใช้วิธีเดิม
        3. ขาดระบบการพัฒนาครูประจำการที่ดี
        4. ครูประจำการยังไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอ
        5. การพัฒนาไม่เป็นเอกภาพด้านนโยบาย  แผน  และมาตรฐานที่ชัดเจน
        6. การพัฒนาเกิดความซ้ำซ้อนไม่เป็นระบบ  ไม่ต่อเนื่อง  และขาดประสิทธิภาพ
        7. การพัฒนาครูประจำการไม่ตรงกับความต้องการ
        8. ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอนของครูตามแนวปฏิรูปได้
        9. ขาดการติดตามผล  และการนิเทศเพื่อให้คำปรึกษา  แนะนำเมื่อครูมีปัญหาภายหลังการพัฒนา
แนวทางการพัฒนาครู
        ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  ของ สถาบันพัฒนาครู  คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2548 ได้เสนอแนวทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  ดังนี้
        1. หลักการ  การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
            - การพัฒนาต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียน
            - การพัฒนาต้องเกิดจากความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา
            - การพัฒนาต้องมุ่งเน้นลักษณะ Site Based Development  หรือ  School Based  Development
            - การพัฒนาต้องมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
            - การพัฒนาต้องสอดคล้องกับภารกิจและหน้าที่ที่ปฏิบัติของครูและบุคลากรทางการศึกษา
            - การพัฒนาต้องดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายกระจายทั่วประเทศ
            - การพัฒนาต้องสอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
            - การพัฒนาต้องกระทำอย่างทั่วถึงและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งในและนอกกระทรวง ศึกษาธิการ  ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ
       2. รูปแบบและวิธีการพัฒนา
           - การพัฒนาครู  และบุคลากรทางการศึกษา  มุ่งเน้นให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency)  สมรรถนะการปฏิบัติงานในหน้าที่ (Functional Competency)  และสมรรถนะเฉพาะกลุ่มสาระ (Specificational Competency)  ตามที่กรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด
          - รูปแบบของการพัฒนามุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่มีคุณภาพตามที่ สคบศ. กำหนด  ให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ  เพื่อความสะดวกในการเข้ารับการพัฒนาของครู  และบุคลากรทางการศึกษา  ทั้งที่เป็นองค์กรเครือข่าย  บุคคลเครือข่าย  และเครือข่ายทางไกล
         - วิธีการพัฒนาต้องมีความหลากหลาย  สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาของครูและบุคลากรทางการศึกษา  มุ่งเน้นวิธีการพัฒนาที่โรงเรียน/หน่วยงานเป็นฐาน (School Based Development/Insite Based Development)  เป็นสำคัญ  วิธีการพัฒนาที่สำคัญได้แก่  แบบเพื่อนช่วยเพื่อน(Peer Group)  การวิจัยในชั้นเรียนอย่างง่าย  การเข้ารับการอบรมหรือการเข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการที่หน่วยงานต่างๆ   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา  การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายทางไกล
         นอกจากนี้  ยังได้เสนอ ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพครูประจำการ  ดังนี้
        1. ทบทวนการจัดทำแผนพัฒนาครูให้เป็นแผนบูรณาการอย่างแท้จริง  เป็นแผน  ระยะสั้น  ระยะปานกลาง  ระยะยาว
        2. ส่งเสริมสนับสนุนรูปแบบการพัฒนาครูที่เป็นการบูรณาการการวิจัยปฏิบัติการและการฝึกอบรมเข้าด้วยกัน
        3. เร่งสนับสนุนให้มีการพัฒนาครูประจำการด้วยระบบเครือข่าย  โดยใช้เครือข่ายครูผู้นำ  องค์กรครู  ชมรมครู  และสมาคมครูในเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินงานด้วยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
        4. เร่งพัฒนาครูประจำการ  โดยมีระบบสนับสนุนเพิ่มเติม  เช่น  ระบบคูปองการฝึกอบรม  ระบบ e-Learning  และ  Distance Learning  รวมถึงการพัฒนาครูในสาขาที่ขาดแคลน
        5. เร่งพัฒนาครูโดยใช้ PDCA คือ Plan  Do  Check  Act  กำกับ  เพื่อให้ครูปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน  มีการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติระดับต่าง ๆ และมีระบบการประเมินอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งมาตรการที่เด็ดขาดที่ทำให้บุคคลที่อยู่ในข่ายต้องปรับปรุงต้องพัฒนาตนเองให้ได้
การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างครูและเทคโนโลยี
        1. การใช้เทคโนโลยีที่ดี  ครูต้องมีวิสัยทัศน์  ด้านความสามารถในการใช้และเลือกใช้ให้ตรงตามโอกาส  และสถานที่
        2. การฝึกอบรม  เวลาในการสนับสนุน (Just-in-time Support)  และเวลาในการฝึกประสบการณ์ ดังนั้นครูต้องมีแรงดลใจและความกล้าที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ
        3. การใช้เทคโนโลยีช่วยเปลี่ยนแปลงการสอนของครู
        4. การใช้ในลักษณะที่ครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered) ครูต้องมีการฝึกฝนและปฏิบัติเพื่อให้มีความชำนาญในทักษะพื้นฐานหรือผนวกในการควบคุมกิจกรรมด้วยตนเอง
        5. การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการสอนที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-centered)  ต้องช่วยให้ผู้เรียนได้สืบค้น  เกิดกิจกรรมที่มีความร่วมมือกัน  โดยครูมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้แนะนำ  โดยครูต้องมีความกระตือรือร้นในการใช้เทคโนโลยี  เพราะเทคโนโลยีสามารถนำมาใช้สนับสนุนการสอนได้หลายแบบ
        6. การเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีสารสนเทศ  จะช่วยในการสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเพื่อร่วมงาน  ผู้บริหาร  ผู้ปกครองและผู้เชี่ยวชาญในชุมชน
        7. การช่วยให้ครูใช้เทคโนโลยีอย่างได้ผลจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจที่จะยอมรับและนำไปใช้ให้เกิดผลจริง ในอนาคต
        8. ขาดการลงทุนที่เพียงพอในการฝึกอบรมครูให้สามารถใช้เทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จในการสอน  เพราะส่วนใหญ่จะใช้งบประมาณจำนวนมากในการเพิ่มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
อุปสรรคของการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีของครู         1. เวลาของครู (Teacher Time)  ครูต้องการเวลาสำหรับ
            - เพื่อการทดลองกับเทคโนโลยีใหม่
            - แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูอื่น ๆ
            - การวางแผนและปรับปรุงแผนการสอนเพื่อใช้วิธีการใหม่ที่รวมการใช้เทคโนโลยี
            - การเข้ารับการฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติ
        2. การเข้าถึงและค่าใช้จ่าย (Access and Costs)  ครูมีข้อจำกัดทางด้านวัสดุ อุปกรณ์ และการเข้าถึง  เนื่องจาก
            - ค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการจัดซื้ออุปกรณ์  การเชื่อมต่อเครือข่าย  และการฝึกอบรมเพื่อใช้เทคโนโลยี
            - แหล่งเทคโนโลยีอยู่ไกลจากห้องเรียน
            - อุปกรณ์ล้าสมัยและไม่สามารถรองรับการใช้งานโปรแกรมใหม่ ๆ
            - บริการใหม่หรือเพิ่มเติมมีการบริการผ่านระบบโทรศัพท์และเครื่องข่ายอินเทอร์เน็ต
        3. วิสัยทัศน์หรือเหตุผลในการใช้เทคโนโลยี (Vision or Rationale for Technology Use)
            - โรงเรียนจะต้องมีการวางแผนทางเทคโนโลยี  และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนในการใช้เทคโนโลยีในหลักสูตรของโรงเรียน
           - เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วจึงเป็นสิ่งที่ยากในการติดตามข้อมูล  เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้ดี
           - ครูขาดรูปแบบที่แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถทางด้านเทคโนโลยีของตนเอง
        4. การฝึกอบรมและสนับสนุน (Training and Support)
            - การลงทุนทางด้านการฝึกอบรมเพื่อการใช้เทคโนโลยีมีน้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
            - การฝึกอบรมทางเทคโนโลยีมุ่งที่การใช้งาน  ขาดการบูรณาการเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร
            - หน่วยงานสนับสนุนและช่วยเหลือครูทางด้านเทคนิคที่ประจำในโรงเรียนมีน้อยมาก
        5. การประเมินการปฏิบัติงาน (Current Assessment Practices)
           - การประเมินผลของผู้เรียนไม่สะท้อนถึงการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี
           - ครูต้องการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงโดยทันที
แนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพของครู         1. เปลี่ยนการสอนและการเรียน
           - เป็นแหล่งในการสร้างความคิดรวบยอด  วางระบบ  สำรวจปัญหาและทักษะพื้นฐาน
           - เป็นแหล่งที่ช่วยให้เกิดการทำงานเป็นกลุ่มและการสร้างความร่วมมือในการสืบค้น
           - นำไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายของนักเรียนและความต้องการพิเศษต่าง ๆ
           - หน้าที่ของครู  สร้างความคาดหมายต่อผู้เรียน  อำนวยความสะดวกในการทำงานของผู้เรียนรายบุคคล  เสนอองค์ประกอบของสื่อ ปรับการสอนตามความต้องการเป็นรายบุคคล  เปลี่ยนบทบาทใหม่ (แนะแนวทางมากกว่าการบอก)  ลดการบรรยายเพิ่มกิจกรรมที่ผู้เรียนเป็นสำคัญในชั้นเรียน
        2. ช่วยงานประจำวันของครู
            - การเตรียมแผนการสอน
            - การปฏิบัติงานระเบียนนักเรียน
            - การติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง  ผู้บริหาร  และนักเรียน
        3.  การพัฒนาสมรรถนะครู
            - การใช้ในการฝึกอบรมและสนับสนุน  เช่น การใช้ระบบดาวเทียม วีดิทัศน์ เคเบิล คอมพิวเตอร์ ครูต้นแบบ  เป็นต้น
            - พัฒนาหลักสูตรทั่วไปและระดับสูง  เช่น การใช้ระบบการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยี
            - พัฒนาระบบการศึกษาอื่น ๆ ที่เหมาะสม  เช่น  การติดต่อกับครูหรือผู้เชี่ยวชาญโดยการออนไลน์ 
สรุป        การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการฝึกอบรม อาจเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการก้าวกระโดดในการพัฒนาครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเอาชนะข้อจำกัดในด้านเวลา สถานที่ และข้อจำกัดของวิทยากรที่ให้การฝึกอบรมได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการฝึกอบรมจะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่น ความหลากหลาย และความเป็นปกติเป็นธรรมชาติในการพัฒนาตนเองสำหรับครู ช่วยให้ครูเกิดทักษะการแสวงหาความรู้และการพัฒนาตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป


อ้างอิง
http://www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=94